การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 เป็นการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อต่อต้านพรรคพลังประชาชน โดยเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2548–2553 ซึ่งการชุมนุมยังคงมีเป้าหมายที่จะต่อต้านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตรหลังจากรัฐบาลผสมที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำรัฐบาลบริหารประเทศมาระยะเวลาหนึ่ง กลุ่มพันธมิตรฯ ได้เริ่มชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 28 มีนาคม โดยการจัดสัมมนาที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และประกาศชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม โดยเป็นการรวมตัวจากหลายองค์กรทั่วประเทศ ซึ่งมีจุดประสงค์ขับไล่สมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐบาลทั้งสองชุดถูกมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนกับทักษิณ ชินวัตรในเดือนพฤศจิกายน กลุ่มพันธมิตรฯ ได้เข้าปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อต่อรองกับนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งส่งผลให้เที่ยวบินทุกเที่ยวหยุดทำการ เสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กล่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสูญเสียรายได้ไปกว่า 350 ล้านบาท นอกจากนี้ ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางอากาศยังสูญเสียรายได้กว่า 25,000 ล้านบาท โดยยังไม่รวมความเสียหายของสายการบินต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่ง ก่อนหน้านี้ ในเดือนสิงหาคม ผู้สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดท่าอากาศยานภูเก็ตและท่าอากาศยานกระบี่ รวมทั้งปิดการเดินทางทางรถไฟสายใต้เพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ลาออกมาแล้วภายหลังจากมีคำวินิจฉัยคดียุบพรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาลอีก 2 พรรค อันเนื่องมาจากกรณีทุจริตการเลือกตั้งของยงยุทธ ติยะไพรัช เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ในวันรุ่งขึ้นแกนนำพันธมิตรฯ ได้ประกาศยุติการชุมนุมทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง ภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่23ธันวาคม2550ผลปรากฏว่า พรรคพลังประชาชนได้รับเลือกตั้งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กลุ่มพันธมิตรฯ) เปิดโอกาสให้รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช เข้ามาทำงานบริหารประเทศ โดยมีเงื่อนไขว่ารัฐบาลสมัครต้องไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและสื่อสารมวลชนทั้งทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งไม่กระทำผิดเหมือนยุครัฐบาลทักษิณทว่า เมื่อรัฐบาลสมัคร สุนทรเวชเข้ามาบริหารประเทศได้ระยะเวลาหนึ่ง กลุ่มพันธมิตรฯ เห็นว่า รัฐบาลแทรกแซงสื่อมวลชน รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม เช่นการย้ายข้าราชการในกระทรวงยุติธรรมอาทิการย้ายสุนัย มโนมัยอุดม[6] อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำลังดำเนินคดีต่อทักษิณ ชินวัตรและครอบครัว ให้พ้นตำแหน่งอย่างเร่งด่วน พร้อมให้ตำรวจออกหมายจับสุนัย มโนมัยอุดม เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในข้อหาหมิ่นประมาททักษิณ ชินวัตร และย้าย พ.ต.อ.ทวี สอดส่องซึ่งมีความใกล้ชิดกับครอบครัวชินวัตร มารักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและรัฐบาลยังประกาศอย่างชัดเจนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญปี2550 ในมาตรา237และมาตรา309 ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา รวม164คน ได้ยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่21 พฤษภาคม ซึ่งทางกลุ่มพันธมิตรฯ เห็นว่า การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการหลบเลี่ยงการกระทำความผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งที่จะนำไปสู่การยุบพรรคและต้องการยุบคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เพื่อตัดตอนคดีความที่กำลังดำเนินต่อทักษิณ ชินวัตร ครอบครัวและพวกพ้อง ตลอดจน ทำให้กระบวนการตรวจสอบนักการเมืองอ่อนแอลงจนไม่สามารถตรวจสอบฝ่ายการเมืองได้นอกจากนี้ ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ยังเห็นว่าได้เกิดขบวนการคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศน์ ของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เพื่อขับไล่ให้ออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรี และจาบจ้วงอย่างเสียหายอีกทั้งรัฐมนตรีบางคนและโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี “มีทัศนคติเป็นอันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาเข้าร่วมบริหารงานในรัฐบาลซึ่งหมายถึง จักรภพ เพ็ญแขและณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ดังนั้น อดีตแกนนำของกลุ่มพันธมิตรฯ จึงมีมติฟื้นสภาพโครงสร้างการบริหารงานของกลุ่มขึ้นอีกครั้ง เพื่อเตรียมชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมัคร และมีมติให้เคลื่อนไหวครั้งที่1โดยการจัดสัมมนารายการ“ยามเฝ้าแผ่นดิน ภาคพิเศษ” ในวันที่28มีนาคมและอีกครั้งในรายการ“ยามเฝ้าแผ่นดิน ภาคพิเศษ ครั้งที่2ในวันศุกร์ที่25เมษายน ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และประกาศจัดการชุมนุมใหญ่ตั้งแต่วันที่25พฤษภาคม เป็นต้นไปหลังจากประกาศชุมนุมใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่25พฤษภาคม ทางกลุ่มพันธมิตรฯ มีมติเคลื่อนมวลชนไปหน้าทำเนียบรัฐบาลและปักหลักชุมนุมอย่างต่อเนื่อง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าปิดกั้น จึงทำให้กลุ่มพันธมิตรฯ เปลี่ยนมาชุมนุมบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก แทนโดยมีการตั้งเวทีและปิดการจราจรบางส่วน เพื่อรักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรฯ จากฝ่ายต่อต้านซึ่งเข้ามาก่อความวุ่นวายซึ่งการปิดการจราจรในครั้งนี้มีประชาชนได้รับผลกระทบและร้องเรียนมายังกองบังคับการตำรวจจราจรเป็นจำนวนมากโดยพลตรี จำลอง ศรีเมือง ได้กล่าวถึงการที่กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องมาปักหลักบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์แทนทำเนียบรัฐบาลว่า “พวกตำรวจไม่รู้หรอกว่าผมรู้จักถนนนี้เป็นอย่างดี ผมจึงว่าสะพานมัฆวานฯ นั้นเป็นทำเลที่ดีกว่าทำเนียบรัฐบาลมากกลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมใหญ่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่30พฤษภาคม2551หลังการชุมนุมที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ผ่านไปได้5วัน ในวันที่30พฤษภาคม กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ยกระดับการชุมนุมจากการชุมนุมเพื่อต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการขับไล่รัฐบาลสมัครแทนเช้าวันต่อมาสมัคร สุนทรเวชนายกรัฐมนตรีแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีว่าจะสลายการชุมนุมบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ แต่ก็ไม่มีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ปักหลักชุมนุมอยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์อยู่จนถึงวันที่20มิถุนายน จึงได้เคลื่อนการชุมนุมไปยังบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ในวันที่7กรกฎาคม ศาลแพ่งได้ตัดสินให้กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องเปิดเส้นทางการจราจรบริเวณถนนพิษณุโลกและถนนพระราม5ดังนั้น กลุ่มพันธมิตรฯ จึงได้ย้ายเวทีและที่ชุมนุมไปเป็นที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์เช่นเดิมหลังจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรผ่านไปได้27วัน ข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของกลุ่มพันธมิตรฯ ยังไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลนายสมัคร ดังนั้นกลุ่มพันธมิตรฯ จึงประกาศเคลื่อนการชุมนุมไปยังทำเนียบรัฐบาลในวันที่20มิถุนายน โดยจะไม่เข้าไปในทำเนียบรัฐบาลและใช้แนวสันติวิธีปราศจากอาวุธวันที่ 20มิถุนายน 551กลุ่มพันธมิตรฯสามารถฝ่าแนวสกัดกั้นของตำรวจและเข้ายึดพื้นที่การชุมนุมบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลได้สำเร็จ มีการตั้งเวทีปราศรัยบริเวณแยกนางเลิ้งอย่างไรก็ตาม การเดินทางมาชุมนุมบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลของกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น มีการปิดถนนบริเวณ ถนนพระรามบริเวณแยกเบญจมบพิตร ถนนพิษณุโลก ตั้งแต่แยกนางเลิ้งจนถึงแยกพาณิชยการ ซึ่งกลุ่มอาจารย์โรงเรียนราชวินิตมัธยมได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้กลุ่มพันธมิตรเปิดเส้นทางการจราจร ทำให้ศาลแพ่งตัดสินให้กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องเปิดเส้นทางการจราจรบริเวณถนนพิษณุโลกและถนนพระราม5เมื่อวันที่7กรกฎาคมดังนั้น กลุ่มพันธมิตรฯ จึงตัดสินใจย้ายเวทีและที่ชุมนุมกลับไปเป็นที่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ดังเดิมวันที่5 มิถุนายน กลุ่มพันธมิตรฯใช้แผน”ดาวกระจาย”ซึ่งสุริยะใสกตะศิลา คยกล่าวว่าจะจัดมวลชนเป็นกลุ่มๆ ไปทวงถามความคืบหน้าในหน่วยงานต่างๆ เพื่อเอาผิดระบอบทักษิณ โดยสถานที่ที่คาดว่าจะไป ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)กระทรวงมหาดไทย และทำเนียบรัฐบาลยุทธศาสตร์ดาวกระจายนี้กลุ่มพันธมิตรฯเคยใช้มาตั้งแต่การชุมนุมในปี2549ซึ่งนับเป็นกลไกหนึ่งของการบริหารจัดการ เพื่อให้ผู้ชุมนุมมีการเคลื่อนไหวบ้าง ไม่ให้รู้สึกว่านิ่งเกินไป เงื่อนไขหลักของยุทธศาสตร์ดาวกระจายอยู่ที่การควบคุมผู้ชุมนุม ซึ่งเป็นเรื่องประสบการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรฯ เคยพิสูจน์มาแล้วในครั้งนั้นโดยไม่มีการปะทะหรือต้องเสียเลือดเนื้อ

สุริยะใส

สุริยะใส กตะศิลาและผู้ร่วมชุมนุมประมาณ300คนเดินทางไปที่สำนักงานอัยการสูงสุดแล้วยื่นจดหมายถึงชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด เพื่อทวงถามความคืบหน้าการสั่งฟ้องคดีทุจริตของทักษิณชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี และพวกนอกจากนี้ ยังได้เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสู่กระทรวงมหาดไทย เพื่อยื่นหนังสือถึงร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ดูแลและแก้ปัญหาของประชาชนมากกว่าการโต้ตอบทางการเมืองซึ่งการดาวกระจายครั้งนี้เป็นไปตามคำแนะนำจากนักธุรกิจและนักวิชาการที่เข้าร่วมกับพันธมิตรฯว่าต้องมีการเคลื่อนไหวกดดันเพื่อทวงถามความคืบหน้าในคดีที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเกรงว่าจะมีความล่าช้าจนเกิดการแทรกแซงในกระบวนการยุติธรรมโดยมีตัวอย่างให้เห็นแล้ว คือ กรณีของสุนัย มโนมัยอุดมเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ(ป.ป.ท.)ซึ่งถูกสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นสั่งโยกย้ายเมื่อวันที่2กมภาพันธ์พ.ศ. 2551นอกจากนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ ยังเคลื่อนขบวนไปตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น การดาวกระจายไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อเรียกร้องให้ประธาน กกต. ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบคำร้องทุจริตเลือกตั้งที่ถูกยกกว่า 700 คดี และให้ตรวจคำแถลงปิดคดีใบแดง “ยงยุทธ ติยะไพรัช” ด้วยตัวเอง รวมทั้ง ยังให้กำลังใจ กกต. 3คนคือนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้งนายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง และนายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน กลุ่มพันธมิตรฯ ยังกล่าวว่า นายสมชัย จึงประเสริฐกรรมการการเลือกตั้งอีกคนหนึ่ง มีพฤติกรรมที่แสดงออกเข้าข้างพรรคพลังประชาชนในทุกกรณี ตลอดจนอยู่ในฐานะที่กำกับดูแลเรื่องฝ่ายสืบสวนสอบสวนที่บังอาจนำเสนอหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาลฎีกานั้น ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งโดยทันทีการดาวกระจายไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อทวงถามความคืบหน้าของคดีความที่มีคนในรัฐบาลเป็นผู้ต้องหาที่ยังคั่งค้างอยู่ รวมถึงสอบถามความคืบหน้าของคดีความที่เกี่ยวกับกลุ่มพันธมิตรฯการดาวกระจายไปยังอาคารสำนักงานใหญ่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.)ถนนวิภาวดีรังสิตเพื่อทวงคืนปตท.จากตลาดหลักทรัพย์กลับคืนสู่ประชาชนเป็นต้น แทงหวยออนไลน์ หวย