ชาบิเอร์ อาลอนโซ โอลาโน

ชาบิเอร์ อาลอนโซ โอลาโน

ชาบิเอร์ อาลอนโซ โอลาโน หรือรู้จักในนามชาบีอาลอนโซกิดเมื่อวันที่25พฤศจิกายน ค.ศ.1981เป็นอดีตผู้เล่นทีมชาติสเปนที่ลงเล่นให้กับไบเอิร์นมิวนิกในบุนเดิสลีกา เยอรมนีโดยตำแหน่งที่ถนัดคือกองกลางตัวคุมเกมซึ่งมักจะเล่นในลักษณะครองบอลลึกอาลอนโซเริ่มต้นชีวิตนักฟุตบอลอาชีพกับทีมเรอัลโซเซียดัดโดยถูกยืมตัวไปเล่นระยะสั้นๆให้กับเอเซเดเอย์บาร์ก่อนจะกลับมาลงเล่นในลาลิกาผู้จัดการทีมเรอัลโซเซียดัดในขณะนั้น จอห์นโทแช็กตั้งอาลอนโซเป็นกัปตันทีมและอาลอนโซก็ทำหน้าที่ได้ดีโดยพาเรอัลโซเซียดัดไปถึงตำแหน่งรองแชมป์ลาลิกาฤดูกาลหลังจากนั้นอาลอนโซได้ย้ายไปร่วมทีมกับลิเวอร์พูลในเดือนสิงหาคมค.ศ.2004ด้วยค่าตัว10.5ล้านปอนด์โดยฤดูกาลแรกที่มาถึงก็ช่วยให้ลิเวอร์พูลได้รับตำแหน่งแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเหนือเอซีมิลานและในฤดูกาลต่อมาก็ได้แชมป์คอมมิวนิตีชีลด์และเอฟเอคัพเขาย้ายมาอยู่กับเรอัลมาดริดเมื่อเริ่มฤดูกาล2009–10ด้วยค่าตัว30ลานปอนด์เขาลงเล่นเกมทีมชาตินัดแรกในวันที่4เมษายนค.ศ.2003ในชัยชนะ4–0ของทีมเหนือทีมชาติเอกวาดอร์ในการลงแข่งขันในฐานะทีมชาติอาลอนโซร่วมกับทีมชาติสเปน ชนะการแข่งขันในยูโร2008ยูโร2012และฟุตบอลโลก2010และยังได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมทีมในยูโร2004และฟุตบอลโลก2006ด้วยในวันที่23มิถุนายนค.ศ2012เขาลงแข่งในนามทีมชาติเป็นนัดที่100ในรอบก่อนชิงชนะเลิศยูโร2012แข่งกับทีมชาติฝรั่งเศสซึ่งเขายิงทั้ง2ประตูให้กับทีมชาติสเปน ส่งทีมเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ อาลอนโซเกิดในครอบครัวฟุตบอลพ่อของเขาเปรีโกอาลอนโซ เคยได้แชมป์ลาลิกา2สมัยติดต่อกันร่วมกับเรอัลโซเซียดัด และครั้งที่3กับบาร์เซโลนาติดทีมชาติทั้งหมด20ครั้งอาลอนโซเกิดในโตโลซา เมืองเล็กๆ ในแคว้นประเทศบาสก์ ประเทศสเปนอาลอนโซอาศัยอยู่ในเมืองบาร์เซโลนา6ปีหลังจากนั้นจึงย้ายไปเมืองซานเซบาสเตียน ที่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของฟุตบอลของเขาในช่วงวัยเด็กเขามักจะไปเล่นที่ปลายาเดลากอนชาเสมอและมีเพื่อนเล่นที่ชายหาดคือมีเกลอาร์เตตา ทั้งสองมักจะดวลเทคนิคกันอยู่เสมอเขาหมกมุ่นอยู่กับฟุตบอลร่วมกับพ่อและมีเกลพี่ชายในศูนย์ฝึกเซเอซาบาเดย์อาลอนโซได้รับแรงบันดาลใจจากพ่อทำให้ชอบที่จะส่งบอลมากกว่ายิงประตูในช่วงแรกของอาชีพค้าแข้งเขาเลือกที่จะเล่นเป็นกองกลางตัวรับช่วยให้เขาได้เรียนรู้การถ่ายบอลอย่างมีประสิทธิภาพ และความสามารถนี้แหละที่ทำให้เขาเป็นที่ต้องการทั้งในระดับชาติและระดับสโมสรเมื่ออาย15ปีอาลอนโซ เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนไปเรียนภาษาอังกฤษที่เมืองเคลส์ ในเคาน์ตีมีท ประเทศไอร์แลนด์ โดยเขาเล่นฟุตบอลเกลิกทำให้พัฒนาความสนใจในกีฬานี้อาลอนโซและอาร์เตตาในวัยเด็กฝันว่าจะได้เล่นร่วมกันที่เรอัลโซเซียดัดเมื่อโตขึ้น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเรียนต่างโรงเรียนกันแต่ก็ยังเข้าร่วมกับสมาคมฟุตบอลเยาวชนเดียวกันที่อันตีโกวโก และเล่นร่วมกันที่นั่นทุกสัปดาห์ ความสามารถของพวกเขาทั้งสองเป็นที่เตะตาแมวมองของทีมระดับยักษ์ใหญ่ ทำให้เส้นทางชีวิตหักเหจากเพื่อนสนิทสู่คู่แข่งอาลอนโซเข้าร่วมทีมเรอัลโซเซียดัดส่วนอาร์เตตาเข้าร่วมทีมบาร์เซโลนาอาลอนโซไปอยู่กับเรอัลโซเซียดัด ที่พี่ชายของเขาก็อยู่ในทีมนี้ด้วยอาลอนโซผ่านการคัดเลือกระดับเยาวชนและทีมสำรองที่เรอัลโซเซียดัดและมีผลงานประทับใจให้สามารถเข้าสู่ทีมชุดใหญ่เมื่ออายุ18ปีในเกมโกปาเดลเรย์พบกับโลโกรเญสในเดือนธันวาคมค.ศ1999แต่หลังจากเกมนั้นก็ไม่ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่อีกเลยแต่แล้วโอกาสก็มาถึงอีกครั้งในฤดูกาลถัดมาต้นฤดูกาล2000คาเบียร์เกลเมนเตส่งอาลอนโซลงเล่นในเซกุนดาลีกากับเอเซเดเอย์บาร์เพื่อหาประสบการณ์พ่อของเขาคิดว่าการได้เล่นร่วมกับทีมเล็ๆจะช่วยให้เขาพัฒนาได้ดี แต่โซเซียดัดก็เปลี่ยนผู้จัดการเมื่อทีมต้องจมอยู่ท้ายตารางตั้งแต่เปิดฤดูกาลจนถึงเดือนมกราคมค.ศ.200โซเซียดัดตั้งจอห์นโทแช็กขึ้นเป็นผู้จัดการผู้จัดการทีมคนใหม่แต่งตั้งเขาในวัยเพียง19ปีเป็นกัปตันทีมซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งนี้จะเป็นของนักเตะรุ่นใหญ่ในทีมตอนท้ายฤดูกาลโซเซียดัดปีนกลับจากขุมนรกได้โดยจบที่อันดับ14ของฤดูกาลโทแช็กกล่าวชื่นชมอาลอนโซเป็นอย่างมากโดยกล่าวว่าทุกอย่าภายใต้การนำของจอห์นโทแช็กทีมของกัปตันอาลอนโซพลิกฟอร์มจากหน้ามือเป็นหลังมือโทแช็กรู้ถึงความสามารถของอาลอนโซจึงได้ทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมและคิดวิธีการฝึกในรูปแบบต่าสำหรับกัปตันหนุ่มของเขาโดยเฉพาะการจับและควบคุมบอล

ในปี2001–02

ในปี2001–02 โซเซียดัดจบฤดูกาลด้วยอันดับที่13โดยอาลอนโซลงเล่นไปทั้งหมด30

เกมและยิงประตูแรกในลีกของเขาได้ในฤดูกาลนี้เอง และยิงรวมไปทั้งสิ้น3ประตู โซเซียดัดเปลี่ยนผู้จัดการอีกครั้งเป็นเรนัลด์ เดอนูอิกซ์แต่ก็ยังไว้วางใจอาลอนโซเช่นเดิฤดูกาล 2002–03 เป็นปีที่ทำผลงานได้ดีที่สุดนับตั้งสโมสรได้แชมป์ลาลิกาครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1981–1982 โดยจบฤดูกาลด้วยอันดับรองแชมป์ตามหลังเรอัลมาดริดแค่ 2 คะแนน และก็เป็นคะแนนสูงสุดที่สโมสรเคยได้ และผ่านเข้าไปเล่นในแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรก อาลอนโซได้รับคำชมเป็นอย่างมากในบทบาทของกองกลางตัวรับรวมไปถึงได้รับรางวัลผู้เล่นสเปนยอดเยี่ยมจากนิตยสารกีฬา ดอนบาลอน และในฤดูกาลนั้นอาลอนโซยิงช่วยทีมไปถึง 12 ประตู (รวมทุกถ้วย) และจากผลงานของเขาทำให้ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติสเปนในสมัยของอีญากี ซาเอซ เกมแรกในนามทีมชาติเป็นชัยชนะในเกมกระชับมิตรเหนือทีมชาติเอกวาดอร์ ในเดือนเมษายน 2003 และอีญากีได้กล่าวชื่นชมเป็นอย่างมากว่า “เขามีลูกส่งระยะไกลที่แม่นยำสูงมาก และมีทัศนวิสัยที่กว้างไกลจริง ๆฤดูกาล 2003–04 ฤดูกาลแห่งความสับสน ในแชมเปียนส์ลีกโซเซียดัดผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ต้องพ่ายให้กับโอลิมปิกลียง ส่วนในลีกก็จบลงด้วยอันดับ 15 การแสดงออกที่ยอดเยี่ยมของอาลอนโซขัดกับผลงานของทีมเป็นอย่างมาก นี่เองเป็นเหตุให้อาลอนโซต้องย้ายออกจากโซเซียดัดแม้มาดริดจะแสดงความสนใจแต่อาลอนโซก็ยังต้องอยู่กับทีมต่อไป[3] มาดริดไม่อาจยอมจ่ายค่าตัว 13 ล้านปอนด์ในช่วงสิ้นฤดูกาลนี้ อาลอนโซเองก็มีภารกิจต้องรับใช้ชาติในยูโร 2004 เขาลงสนามเป็นตัวสำรองในเกมที่สเปนมีชัยเหนือรัสเซีย 1–0 และลงเล่นเต็มเกมพบกับโปรตุเกส และก็ต้องสิ้นสุดแค่นั้นเมื่อสเปนไม่อาจผ่านเข้ารอบต่อไปหลังจากทำคะแนนตามหลังกรีซและโปรตุเกส ถึงแม้จะได้ลงสนามเพียงเล็กน้อยแต่ก็เป็นที่เตะตาของแจน โมลบี ในการส่งบอลที่แม่นยำเมื่อตลาดนักเตะเปิดโซเซียดัดก็ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ มีเกล อาร์เตตา เพื่อนวัยเด็กที่ฝันว่าจะได้เตะบอลร่วมกันอาร์เตตาตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เล่นบอลร่วมกับอาลอนโซอีกครั้ง แต่ความฝันนั้นก็คงอยู่ไม่นาน[4] เมื่อลิเวอร์พูลได้ยื่นข้อเสนอให้แก่โซเซียดัด และโซเซียดัดก็ไม่ได้นำอาลอนโซร่วมทีมในเกมช่วงก่อนฤดูกาลด้วย และแล้ววันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 2004โซเซียดัดก็ได้ประกาศรับข้อเสนอของลิเวอร์พูลที่ 10.5 ล้านปอนด์ อาลอนโซไม่ได้เสียใจเลยกับการไม่ได้ย้ายไปมาดริดเมืองที่เป็นคู่อริของแคว้นประเทศบาสก์ ซึ่งไม่มีวันกลายเป็นจริง ในทางกลับกันเขามุ่งมั่นเต็มที่กับสโมสรใหม่ภายใต้การคุมทีมของราฟาเอล เบนีเตซอดีตผู้จัดการทีมบาเลนเซียงในสโมสรไม่มีอะไรเป็นที่น่าประทับใจเลย เว้นแต่นักเตะจากทีมเยาวชนเท่านั้นอาลอนโซย้ายมาลิเวอร์พูลพร้อมๆ กับลุยส์ การ์ซีอาซานซ์จากบาร์เซโลนาเป็นการเปิดยุคใหม่ของลิเวอร์พูล ผู้จัดการทีมคนใหม่ของลิเวอร์พูล ราฟาเอล เบนีเตซ พยายามปฏิวัติสโมสรโดยรวมไปถึงการยกเครื่องผู้เล่นใหม่หมดเพื่อให้เข้ากับรูปแบบและแทคติกของเขากองกลางจอมเทคนิคชาวสเปนรายนี้ เป็นผู้เล่นคนแรกที่เบนีเตซซื้อเข้ามาและเขาก็ได้ใช้จุดเด่นของเขาให้เป็นประโยชน์กับทีม และสร้างความแตกต่างให้กับทีมอาลอนโซเริ่มเกมพรีเมียร์ลีกของเขาในเกมพบกับโบลตันวันเดอเรอส์ที่รีบอกสเตเดียม เมื่อ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2004ถึงแม้ลิเวอร์พูลจะแพ้ไป1–0 แต่อาลอนโซก็ได้รับคำชื่นชมในการจ่ายบอลเป็นอย่างมากจากกลุ่มผู้สื่อข่าว ในเกมพรีเมียร์ลีกพบกับฟูลัม อาลอนโซยิ่งแสดงความสามารถออกมา โดยลิเวอร์พูลตามหลังอยู่2–0เบนีเตซตัดสินใจส่งอาลอนโซจากม้านั่งสำรองลงสนามในครึ่งหลัง การลงสนามของเขาทำให้ลิเวอร์พูลพลิกกลับมาชนะ4–2ในเกมนั้นอาลอนโซยิงฟรีคิกเป็นประตูขึ้นนำให้กับลิเวอร์พูล และก็เป็นประตูแรกของเขาในสีเสื้อลิเวอร์พูลด้วย

อาลอนโซ

ชาบิเอร์ อาลอนโซ โอลาโน เจอกับเดอะนิวเซนส์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกอาลอนโซยังทำประตูสำคัญอย่างต่อเนื่องให้กับลิเวอร์พูลทำประตูแรกในแอนฟิลด์กับเกมชนะ 2–1 เหนืออาร์เซนอล เขามีความสุขเป็นอย่างยิ่งที่สามารถเริ่มต้นได้ดีในอังกฤษ “ผมคิดว่าตั้งตัวได้เร็วเหรอ ไม่หรอก คุณก็รู้ว่าการไปอยู่ต่างประเทศต่างวัฒนธรรมเป็นเรื่องยากแค่ไหนแต่คุณก็ต้องยอมรับมัน” “มันน่าตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่สามารถทำประตูได้ที่แอนฟีลด์ ผมเองก็ลองอยู่หลายครั้งแล้วผมก็รู้สึกเยี่ยมมากเมื่อทำได้ ยิ่งในเกมใหญ่อย่างนี้ด้วยแล้ว”] ในเกมกับอาร์เซนอล สตีเวน เจอร์ราร์ดหายเจ็บกลับมาลงเล่นได้อีกครั้ง การจับคู่กันของทั้งสองคนเป็นไปอย่างดีต่อเนื่องไปอีกหลายเกมจนกระทั่งอาลอนโซข้อเท้าหักในเกมพ่าย 0–1 ให้กับเชลซี ในวันปีใหม่ ค.ศ. 2005 และต้องหยุดพักไปนานถึง 3 เดือนเขากลับมาลงเล่นอีกครั้งในเกมยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบก่อนรองชนะเลิศนัดที่ 2 พบกับยูเวนตุส แม้อาลอนโซจะมีความสมบูรณ์ของร่างกายไม่เต็มร้อยแต่ก็ต้องลงเล่นเต็มเกมเนื่องจากการบาดเจ็บของเจอราร์ด และลิเวอร์พูลก็ยันเสมอได้ 0–0 ที่อิตาลี ส่งให้ลิเวอร์พูลผ่านเข้ารอบต่อไปด้วยประตูรวม 2–1 เควิน แมกคาร์รา คอลัมนิสต์แห่งหนังสือพิมพ์อังกฤษ เดอะการ์เดียน ยกให้ความสามารถของอาลอนโซเป็นสิ่งชี้นำความสำเร็จโดยกล่าวว่า “ผลการแข่งขันอันแสนวิเศษที่สตาดีโอเดลเลอัลปี เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเทคนิคอันยอดเยี่ยมสามารถลบข้อแตกต่างของร่างกายได้”ในรอบรองชนะเลิศพบกับเชลซี นัดแรกอาลอนโซได้รับใบเหลืองจากการแสดงอารมณ์ฮึดฮัดเล็กน้อยในเกม 0–0 ที่ สแตมฟอร์ดบริดจ์ ทำให้ถูกห้ามลงแข่งในเกมนัดที่ 2 อาลอนโซกังวลกับเรื่องนี้และพยายามอุทธรณ์ต่อผู้ตัดสินแต่ไม่ได้ผล[27][28] เป็นกัปตันเจอราร์ดที่กลับมาจากบาดเจ็บในนัดที่สองและนำทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยประตูชัย 1–0 จากลุยส์ การ์เซีย โดยจะเข้าไปพบกับเอซี มิลานพรีเมียร์ลีกปิดฉากลงแล้ว ลิเวอร์พูลได้อันดับ 5 แต่ฤดูกาลแรกของอาลอนโซยังไม่ปิดฉากลง ถ้วยใบใหญ่สุดของยุโรปแชมเปียนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศยังรอเขาอยู่ ลิเวอร์พูลตามหลังเอซีมิลานอยู่ 3–0 เมื่อจบครึ่งแรก แต่แล้วก็กลายเป็นมหากาพย์ชั้นเยี่ยมเมื่อลิเวอร์พูลไล่ตามหลังมาเป็น 3–2 และได้ลูกจุดโทษ เป็นอาลอนโซที่ต้องดวลกับดีดา ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิลของเอซีมิลาน ดีดาเซฟได้ในจังหวะแรกแต่อาลอนโซเข้าซ้ำได้ทัน ส่งให้ลิเวอร์พูลกลับมาตีเสมอเอซีมิลานเป็น 3–3และสุดท้ายเป็นลิเวอร์พูลที่ได้แชมป์จากการยิงจุดโทษ (3–2) หลังช่วงต่อเวลอาลอนโซได้รับคำสรรเสริญเป็นอย่างมากว่าเป็นจุดสำคัญของในการกลับมาของลิเวอร์พูล และเบนีเตซเองก็ได้เพิ่มบทบาทของอาลอนโซต่อทีมมากขึ้นอาลอนโซตื่นเต้นยินดีกับความสำเร็จนี้เป็นอย่างมากโดยกล่าวว่า “นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของผมนี่เป็นปีแรกในอังกฤษที่ประสบความสำเร็จอย่างมากของอาลอนโซวัย 23 ปี และแสดงให้เห็นอนาคตอันสดใส ปี 2005–06 อาลอนโซลงเล่นในทีมชุดใหญ่อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ได้รับบาดเจ็บหนักเหมือนฤดูกาลแรก ช่วงปิดฤดูกาล การมาถึงของกองหน้าปีเตอร์ เคราช์ กับส่วนสูงของเขาส่งให้ลิเวอร์พูลปรับเปลี่ยนรูปแบบของทีมเป็นการโยนบอลยาว เคราช์ปฏิเสธว่ามิได้เกิดเพราะการเข้ามาของเขาแต่เป็นเพราะความสามารถในการจ่ายบอลของอาลอนโซและเจอร์ราร์ดที่เป็นผู้กำหนดสไตล์การเล่นของลิเวอร์พูลอาลอนโซต้องต่อสู้มากยิ่งขึ้นเพื่อแย่งตำแหน่งกับโมฮัมเหม็ด ซิสโซโก แต่เมื่อเจอร์ราร์ดได้รับบาดเจ็บและความที่เบนีเตซชอบแผนการเล่นในแบบ 4-5-1 มากกว่า ทำให้อาลอนโซได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ อาลอนโซลงเล่นในทุกเกมของลิเวอร์พูลในแชมเปียนส์ลีก แต่ทีมก็ต้องพ่ายตกรอบอย่างรวดเร็วต่อเบนฟีกา ตั้งแต่รอบ16ทีมสุดท้าย7มกราคม ค.ศ.2006ในเอฟเอคัพ รอบสามพบลูตันทาวน์ อาลอนโซช่วยให้ทีมพลิกกลับมาชนะ5–3หลังจากทีมต้องตกเป็นรอง3–1เมื่อเริ่มครึ่งหลังได้ไม่นานอาลอนโซทำ2ประตู และเป็นลูกยิงระยะไกลทั้ง2ประตู ลูกแรกเป็นลูกยิงจากระยะ35หลา ส่วนอีกลูกเป็นลูกปิดกล่องจากระยะมากกว่า65หลาหลังเส้นกลงสนามด้วยซ้ำและผลที่ตามมาจากประตูของอาลอนโซส่งให้แฟนผู้โชคดีของลิเวอร์พูลคนนึงชนะพนันถึง25,000ปอนด์ จากเงินต้น200ปอนด์ โดยลงพนันว่าอาลอนโซจะทำประตูได้จากแดนของตัวเองอาลอนโซได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าในนัดมีชัย3–1เหนือพอร์ตสมัท ซึ่งอาจทำให้เขาหมดสิทธิ์ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศแต่อย่างไรก็ตามเขากลับมาทันลงสนามพบกับเวสต์แฮมได้ แต่อาลอนโซก็ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงกลางครึ่งหลังเนื่องจากอาการบาดเจ็บ และเป็นสตีเวน เจอร์ราร์ดที่ทำประตูที่ให้ลิเวอร์พูลตามตีเสมอเวสต์แฮมอย่างเหลือเชื่อในช่วงทดเจ็บ ก่อนจะปิดท้ายด้วยชัยชนะในการดวลจุดโทษเหนือเวสต์แฮม ส่งให้อาลอนโซได้รับเหรียญรางวัลเอฟเอคัพเหรียญแรก แทงหวยออนไลน์ หวย