ผี

ผี

ผี ความเข้าใจส่วนใหญ่ก็เข้าใจกันว่าเป็นบุคคลที่ตายแล้วและก็เป็นวิญญาณล่องลอยและปรากฎให้เห็นได้แต่ในความเป็นจริงแล้วเมื่อตายแล้วคือจุติจิตเกิดขึ้นปฏิสนธิจิต(การเกิด)เกิดต่อเปลี่ยนภพภูมิทันทีตายแล้วจะต้องเกิดทันทีแต่จะเกิดเป็นอะไรนั้นก็แล้วแต่กรรมที่จะให้ผลหากเกิดเป็นสัตว์ก็คงไม่เรียกว่าผี หากเกิดเป็นมนุษย์ก็คงไม่เรียกว่าผี แต่เมื่อเกิดเป็นเทวดาซึ่งเทวดาก็สามารถปรากฏให้เห็นได้ ใช่ผีหรือเปล่าซึ่งในพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดง แบ่งภพภูมิเป็นหลายภพภูมิทั้งมนุษย์ สัตว์ดิรัจฉานเปรตเทวดาเป็นต้น ผู้ใดก็ตามที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่นเทวดาเปรตก็เรียกว่า อมนุษย์

     ผี ส่วนในบางกรณีสำหรับการที่บางบุคคลพบกับบุคคลที่ตายไปแล้วยังมาให้เจออีกประเด็นนี้เราควรมีความเข้าใจถูกว่าที่เห็นเป็นบุคคลที่ตายแล้วยังอยู่ให้เห็นก็เพราะสัตว์นั้นไปเกิดเป็นเปรตทันทีต้องการส่วนบุญเพราะเปรตอาหารที่เขาจะได้รับคือการอุทิศส่วนกุศลไปให้แล้วจะทำอย่างไรให้เขารู้ได้ก็ด้วยการปรากฎให้เห็น เพื่อบุคคลอื่นจะได้ทำบุญไปให้กับเปรตนั้นแต่จะต้องเข้าใจใหม่ว่าไม่ใช่เป็นวิญญาณล่องลอยที่คอยตามและแสวงหาที่เกิดแต่ตายแล้วเกิดทันทีผู้ที่เกิดเป็นเปรตต้องการส่วนบุญจึงปรากฎให้เห็น ซึ่งในพระไตรปิฎกสมัยพุทธกาลก็มีบางบุคคลเจอบุคคลที่ตายแล้วเพื่อมาขอส่วนบุญกับบุคคลที่เจอโดยให้คนที่มีชีวิตอยู่อุทิศกุศลที่ทำไปแล้วไปให้เปรตได้รับรู้และอนุโมทนาวิญญาณในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่หมายถึงวิญญาณล่องลอยที่เป็นผี ตามที่่เข้าใจกันแต่หมายถึงสภาพธรรมที่รู้อารมณ์ คือเป็นสภาพรู้เป็นใหญ่ในการรู้ เรียกว่าวิญญาณคือจิตนั่นเองครับดังนั้นเมื่อกล่าวถึงวิญญาณก็คือสภาพธรรมที่เป็นจิตวิญญาณหรือจิตจึงมีหลายประเภทเช่นจักขุวิญญาณหรือจิตเห็นโสตวิญญาณหรือจิตได้ยิน ที่สำคัญที่สุดในสัจจะธัมมะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงให้สัตว์โลกเข้าใจความจริงที่สัตว์โลกยึดถือด้วยความเห็นผิดว่ามีเรา มีสัตว์บุคคลมีผีมีสิ่งต่างๆมากมาย แต่ในความจริงแล้ว สัจจะที่เป็นอริยสัจจะ พระองค์ทรงแสดงว่ามีแต่สภาพธรรมที่เป็นขันธ์ 5ที่เป็นนามธรรมและรูปธรรม มีแต่สภาพธรรมที่เกิดขึ้นและดับไป หากไม่มีสภาพธรรมไม่มีเห็นไม่มีได้ยินไม่มีได้กลิ่นไม่มีลิ้มรส ไม่มีสภาพธรรมอะไรเลยจะมีสัตว์

บุคคลหรือแม้แต่ผีที่เป็นเปรต จะมีได้ไหมมีไม่ได้เลยเพราะฉะนั้นประโยชน์ของการศึกษาพระธรรมคือการเพิกถอนความเห็นผิดว่ามีเรา มีสัตว์ บุคคลหรือมีผี  ทั้งๆที่ความจริงมีแต่สภาพธรรมเท่านั้นในขณะนี้ที่คิดนึก เมื่อเราเข้าใจความจริงอย่างนี้ ย่อมเป็นปัจจัยให้สามารถอบรมปัญญา ดับกิเลสได้เพราะเป็นสัจจะ เข้าใจตามสัจจะที่พระองค์ทรงแสดงผีมีเมื่อไหร่ถ้าไม่มีเห็นไม่มีได้ยินและไม่มีคิดนึกผีจะมีได้ไหม

ดังนั้นเรากลัวอะไรนอกจากกลัวความคิดนึกของเราเองหลังจากเห็นและได้ยิน เพราะความจริงมีแต่สภาพธรรม แต่เมื่อมีเหตุปัจจัย ปัญญายังไม่มากพอก็ยังกลัวเพราะความไม่รู้และ กิเลสที่สะสมมา ขออนุโมทนา ตามความเชื่อและบันเทิงคดีแต่โบราณผี(อังกฤษ:ghost)เป็นวิญญาณ(soul)หรือสปิริต(spirit)ของคนหรือสัตว์ที่ตาย ซึ่งสามารถปรากฏให้คนเป็นเห็นได้ ไม่ว่าจะในรูปที่มองเห็นได้หรือสำแดงออกมาในรูปอื่น รายละเอียดการปรากฏตัวของผีมีหลากหลายมากตั้งแต่การแสดงตนแบบมองไม่เห็น ปรากฏเป็นรูปร่างบอบบางที่โปร่งแสงหรือแทบมองไม่เห็น ไปจนถึงการเห็นภาพสมจริงดุจมีชีวิต ความเชื่อในการแสดงตนของวิญญาณผู้ตายนั้นมีแพร่หลาย ย้อนไปตั้งแต่วิญญาณนิยมหรือการบูชาบรรพบุรุษในวัฒนธรรมก่อนรู้หนังสือหลักในบางศาสนาเช่นพิธีกรรมงานศพ พิธีไล่ผี หลักเจตนิยมบางประการและเวทมนตร์ ได้ รับการออกแบบมาเพื่อปลอบวิญญาณของผู้ตายให้สงบโดยเฉพาะผีมักได้รับการอธิบายว่า เป็นสิ่งที่อยู่โดดเดี่ยวซึ่งสิงสู่ในสถานที่ วัตถุหรือบุคคลหนึ่งๆที่ผีผูกพันยามมีชีวิตอยู่

ผี
ผี

ผี จอห์นเฟอร์เรียร์แพทย์ชาวสกอตเขียน(ความเรียงว่าด้วยทฤษฎีการปรากฏตัวของผี)ในค.ศ.1813ซึ่งเขาแย้งว่าการพบเห็นผีเป็นผลมาจากภาพลวงตาภายหลัง แพทย์ชาวฝรั่งเศสตีพิมพ์(ว่าด้วยประสาทหลอ: หรือประวัติศาสตร์ผี ความฝัน ปิติสานติ์ อำนาจแม่เหล็กและอาการละเมอเดินถูกเหตุผล)นค.ศ.1845ซึ่งเขาอ้างว่าการพบเห็นผีเป็นผลมาจากประสาทหลอนJoe Nickellแห่งCommittee for Skeptical Inquiryเขียนว่าไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือว่ามีสถานที่ซึ่งมีวิญญาณของผู้ตายอาศัยอยู่ ความบกพร่องของสัญชานมนุษย์และคำอธิบายทางกายภาพตามปกติสามารถเป็นเหตุผลของการพบเห็นผีได้ ตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนแปลงความดันอากาศในบ้านทำให้ประตูกระแทกปิดเสียงดัง หรือแสงไฟจากรถยนต์ที่ผ่านไปมาสะท้อนผ่านกระจกในยามค่ำคืน พาเรียโดเลีย(Pareidolia)การโน้มเอียงโดยกำเนิดที่จะยอมรับรูปแบบในสัญญาณสุ่มเป็นสิ่งที่ผู้กังขาเชื่อว่าทำให้คนเชื่อว่าตนเอเห็นผีสำหรับรายงานของผีโผล่ออกมาจากมุมตาอาจอธิบายได้ว่า เป็นความว่องไวของการมองภาพด้านข้างของมนุษย์ตามข้อมูลของNickellการมองภาพด้านข้างสามารถทำให้หลงผิดได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลางดึกเมื่อสมองอ่อนล้าและมีแนวโน้มตีความภาพและเสียงอย่างผิดๆ นักวิจัยบางคนอาทิMichael Persingerแห่งมหาวิทยาลัยลอเรนเทียน ประเทศแคนาดา สังเกตว่าความเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลก(ซึ่งถูกสร้างขึ้นได้จากความเครียดเทคโทนิกส์ในเปลือกโลกหรือกิจกรรมของดวงอาทิตย์ เป็นต้น)สามารถกระตุ้นสมองกลีบขมับ และสร้างประสบการณ์จำนวนมากซึ่งเชื่อมโยงกับสิ่งที่อยู่ในความทรงจำ

คาดกันว่า เสียงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการพบเห็นที่ทึกทักว่าเป็นจริง Richard LordและRichard Wisemanได้สรุปว่า อินฟราซาวน์สามารถทำให้มนุษย์ประสบความรู้สึกแปลกๆ ในห้องได้ เช่น ความกังวล ความโศกเศร้าอย่างยิ่งความรู้สึกว่ากำลังถูกมองหรือกระทั่งอาการหนาวสะท้าน มีคำอธิบายบ้านผีสิงที่เป็นไปได้มาตั้งแต่ค.ศ.1921ว่าการได้รับพิษคาร์บอนมอนออกไซด์สามารถทำให้การรับรู้ของระบบตาและหูเปลี่ยนไปได้

แทงหวยออนไลน์

Leave a Comment